เอกการยาง ไว้ใจ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพังงา

เกร็ดความรู้สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่

          วันนี้ ‘‘ เอกการยาง ’’ มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ยางรถยนต์ มาบอกท่าน เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับ ยางรถยนต์ ให้เข้าใจกันเถอะ ประโยชน์ของยางรถยนต์มีคุณสมบัติของยางที่สำคัญถึง 4 ประการที่จะช่วยให้คุณขับรถได้อย่างปลอดภัย

  1. คุณสมบัติของยางรับน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุก

  2. คุณสมบัติของยางลดแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนน

  3. คุณสมบัติของยางเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนทิศทางการขับขี่

  4. คุณสมบัติของยางเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนและหยุดรถ

 

          ยางรถยนต์ สินค้าที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในโชว์รูมรถยนต์บริษัทต่าง ๆ หรือร้านบริการต่าง ๆ ของรถยนต์ ยางเป็นสินค้าที่ผลิตมาเพื่อรถยนต์ รถบรรทุก รถมอเตอไซต์ ล้อยางรถบรรทุก มีสมบัติที่ทนทานและรับน้ำหนักได้ดี ซึ่งต่างจากล้อยางของรถยนต์ปกติทั่วไปที่แน่นในเรื่องของความนุ่มสบายในการทรงตัวยึดเกาะถนน และความทนทาน ในอดีตยางรถยนต์ผลิตจากยางธรรมชาติหรือเรียกว่ายาง NR ปัจจุบันมีการนำยางสังเคราะห์ประเภทยาง SBR  และยาง BR  มาผสมด้วยเพื่อปรับปรุงสมบัติของยางธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น

 

          โรงงานผลิตยางรถยนต์หลายแห่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ต่างแข่งขันกันเพื่อปรับปรุงแก้ไขสมบัติเรื่องการยึดเกาะผิวถนน  ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย ลวดลายหน้ายางเรียกว่า   “ดอกยาง”   มีลักษณะเป็นร่องและคดหยัก รอยหยักจะช่วยรีดน้ำให้ไหลผ่านล้อไปทางด้านหลัง ช่วยให้ล้อหมุนไปบนถนนที่เปียกแฉะและยังยึดเกาะถนน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับทิศทางของรถได้  ถ้าหากรถยนต์ไม่มีดอกยางเพื่อยึดเกาะถนนทิศทางของรถในขณะที่วิ่งบนถนนที่เปียกทำได้ยากลำบาก และอาจจะเกิดอันตรายภายในท้องถนนขึ้นได้

          และไม่ว่าอย่างไรก็ตามดอกยางอาจจะไม่จำเป็นเลย  หากพื้นถนนแห้งสนิทเหมือนเช่น สนามแข่งรถ ยางที่ใช้ในการแข่งใช้ยางชนิดที่พิเศษ และไม่มีดอกยาง  หน้ายางสัมผัสพื้นถนนได้ดีมาก ทำให้ยึดเกาะถนนได้ดีกว่ารถธรรมดาทั่วไปมาก แต่หากถนนที่ใช้แข่งเปียก รถแข่งก็ต้องเปลี่ยนยางมาเป็นชนิดที่มีดอกยางแทน ดอกยางเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง จึงออกแบบลวดลายให้เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพถนนต่าง ๆ ล้อยางพิเศษสามารถวิ่งบนพื้นที่เปียกในอ่างน้ำหรือโคลนได้อย่างสบาย เพราะมีลวดลายดอกยางเป็นร่องลึกตรงกลางในแนวยาวรอบล้อยางเพื่อเป็นทางให้น้ำจากใต้ล้อไหลพุ่งผ่านออกไป และยังยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ดอกยาง โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 

แบบ 2 ทิศทาง
          สลับยางกันได้ทุกตำแหน่ง มีลักษณะดอกยางสวนทางกันไม่เน้นในการขับขี่รวดเร็ว สะดวกสบายในการขับขี่

 

แบบทิศทางเดียว
          ดอกยางไปในทิศทางเดียวกัน และยังคงมีสัญลักษณ์ลูกศรบริเวณแก้มยาง เพื่อบอกตำแหน่งทิศทางการหมุนของล้อให้ช่างสามารถใส่ได้อย่างถูกต้อง ยางประเภททิศทางเดียวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรีดน้ำ ได้ดีกว่าประเภท แบบ 2 ทิศทาง

 

แบบไม่สมมาตรกัน
          ดอกยางจะมีลักษณะที่ไม่เท่ากัน จะมีด้านใดด้านนึงหนากว่าข้างนึง สำหรับการขับแบบเข้าโค้ง หรือเหมาะสำหรับในรถยนต์บางยี่ห้อที่ออกแบบให้การขับขี่มีการเข้าโค้งในความเร็วสูง แต่สำหรับบ้านเราก็อาจมีไม่มากนัก แต่หลายท่านคงไม่ทันสังเกตดอกยาง หรือแค่คำนึงถึงความสวยงามของดอกยาง โดยที่ไม่ทราบรายละเอียดว่าคุณลักษณะของยางนั้นขึ้นตรงกับดอกยางด้วย ที่แน่ ๆ คือความสามารถในการรีดน้ำ กับความเงียบในการขับ สังเกตได้ดังนี้

  • ดอกยาง   ที่ละเอียดแบบซอยยิบเล็ก ๆ จะทำให้ลดเสียงเวลาตัวยางบดกับพื้นถนน   

  • ดอกยาง   ที่มีร่องจะสามารถรีดน้ำได้ดีกว่ารุ่นที่ไม่มี

  • ดอกยาง   ที่มีน้อยจะเกาะถนนแห้งได้ดี และจะไม่เกาะเลยถ้าถนนเปียก


          ในการใช้งานของยาง ดอกยางจะมีการสึกหรอลงไปเรื่อย ทำให้สมรรถนะด้อยลง จึงควรจะเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาอันควร แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเวลาที่ท่านสมควรเปลี่ยนยางได้มาถึงแล้ว อายุการใช้งานของยางขึ้นอยู่กับตัวแปรสองอย่างนั่นคือ เวลา และการใช้งาน เวลาสามารถวัดได้ แต่การใช้งานจะวัดอย่างไร คำตอบคือใช้ดอกยางในการวัด ยางแต่ละรุ่นกับยี่ห้อมีเครื่องหมายบ่งบอกระดับของดอกยางที่อาจจะต่างกันออกไปโดยส่วนมากจะเป็นเครื่องหมายสามเหลี่ยมที่ขอบแก้มยางใกล้ดอกยาง สังเกตง่าย ๆ ว่าถ้ามีการกินดอกยางจนถึงเครื่องหมายลูกศรสีแดง แสดงว่าสมควรจะเปลี่ยนยางได้แล้ว หรือจะดูที่ดอกยางตื้นแล้วก็สมควรที่จะต้องเปลี่ยนดอกยาง ถ้าเวลาขับรถตอนเลี้ยวแล้วมีเสียงยางเอี๊ยด ๆ ถึงแม้ว่าจะขับช้าก็ตาม เป็นอีกสัญญาณนึงที่บอกว่าใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนยางแล้ว