เอกการยาง ไว้ใจ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพังงา

ทำความรู้จักกับยาง off road แต่ละประเภท

          ยางออฟโรดมี 3 ประเภทหลัก ๆ แต่ละประเภทออกแบบให้แตกต่างกันไป เพราะยางออฟโรดจะออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละประเภท เพราะฉะนั้นต้องเลือกประเภทยางให้เหมาะกับการใช้งาน มาทำความรู้จักของยางแต่ละประเภทกันเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของท่าน

 

ยางประเภท HT หรือ HIGHWAY TERRAIN

          ยางประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นยางที่ติดมากับรถใหม่จากโรงงานโดยตรง เป็นยางประเภทที่คนนิยมใช้กับการใช้งานบนถนนทั่วไป เป็นยางที่มีดอกขนาดเล็ก เรียบ ยางตัวนี้รีดน้ำได้ดีเกาะถนนได้ดี และยังมีน้ำหนักเบา มีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ยางตัวนี้มีน้ำหนักเบากว่าตัวอื่น เป็นยางที่มีความนุ่ม เงียบ สามารถทำความเร็วได้สูง และยังสามารถระบายความร้อนได้ดี แต่ยางประเภทนี้ไม่สามารถรับน้ำหนักของรถบรรทุกได้ จึงไม่เหมาะกับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเยอะ และไม่เหมาะกับการที่นำรถไปลุย เพราะอาจทำให้แก้มยางฉีกขาดจากก้อนหินที่มีขนาดให้ได้ หรือจากเศษไม้ต่าง ๆ

 

ยางประเภท AT หรือ ALL TERRAIN

          ยางประเภทนี้เป็นยางที่มีความแข็ง แกร่ง ทนทาน จึงเหมาะทั้งสายทางเรียบ และสายลุยตามป่าเขา หรือจะเป็นถนนบ่อ เลน ตัวยางจะมีร่องหนา และมีดอกขนาดใหญ่ขึ้น ดอกยางถูกออกแบบมาให้รองรับถนนทุกแบบ แต่ไม่เหมาะกับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสักเท่าไหร่ ตัวยางจะมีเสียงดังมากกว่ายางรุ่น HT และมีน้ำหนักมากกว่าจึงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นไปด้วย แต่สามารถตะกุยดินได้มากกว่า และสามารถสะบัดดินออกจากตัวยางได้มากกว่า

 

ยางประเภท MT หรือ MUD TERRAIN

          ยางประเภทนี้เหมาะกับสายลุยโดยเฉพาะ เพราะมาพร้อมกับดอกยางที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า HT และ AT มีทั้งแก้มยางที่หนากว่า อีกทั้งมีดอกยางที่เยอะกว่ารวมไปถึงมีร่องยางที่ลึก และห่างกันเป็นอย่างมาก เน้นตะกุยดิน และสะบัดดินออกจากล้อได้ดีเป็นอย่างมาก ยางประเภทนี้เหมาะกับสายลุยหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นป่า เขา และโคลน เป็นต้น แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานถนนทั่วไปเพราะยางมีขนาดหนาหนัก และขณะวิ่งยังมีเสียงดัง ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าชนิดอื่น และยังไม่เกาะถนนอีกด้วยเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง เพราะดอกยางไม่ได้มีพื้นสัมผัสกับถนนมากพอ และยางตัวนี้ยังมีราคาสูงอีกด้วย

 

          ยางแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้นควรเลือกยางให้เหมาะสมกับการใช้งานเพราะจะทำให้ประหยัดพลังานเชื้อเพลิง และขับขี่ได้อยากปลอดภัยถ้าหากเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งาน