เอกการยาง

หมวดหมู่สินค้า

เลือกดูสินค้าตามหมวดหมู่ที่คุณต้องการ

งานบริการ

บริการอื่น ๆ →
บริการดูแลแบตเตอรี่

บริการดูแลแบตเตอรี่

ความผิดปกติของ แบตเตอรี่ เป็นสาเหตุที่ให้รถเสียมากที่สุด ซึ่งมักเกิดแบบกระทันหัน โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณจึงต้องตรวจสอบแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ

 

          อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ จะยาวนานย่อมขึ้นอยู่กับการออกแบบการสร้างการนำไปใช้ ตลอดถึงการบริการ ซึ่งต้องทำความสะอาดภายนอกแบตเตอรี่, สายแบตเตอรี่และขั้ว ตลอดถึงการยึด การตรวจน้ำยา ซึ่งมีผลต่ออายุของแบตเตอรี่นั้น ๆ แบตเตอรี่ จำเป็นต้องตรวจบริการอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นซึ่งการบริการในรถ และยกออกนอกรถ บริการดี มีคุณภาพ ที่ .. เอกการยาง




การเติมน้ำกลั่น
ตรวจเติมระดับน้ำกลั่นเป็นระยะเวลา เพื่อป้องกันระดับน้ำยาแห้ง และต่ำกว่าแผ่นธาตุ ซึ่งจะทำให้แผ่นธาตุบางส่วนสัมผัสอากาศทำให้เกิดการเสียหายได้ ควรเติมน้ำกลั่นประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะว่าเมื่อใช้งานไปมีปฏิกิริยากลับไปกลับมา ทำให้น้ำระเหยหนีไป จึงต้องเติมน้ำกลั่น จะเติมน้ำคลองหรือน้ำประปาไม่ได้ เพราะมีสิ่งเจือปนอยู่มาก สิ่งเจือปนเหล่านี้จะทำให้เกิดกระแสไหลครบวงจรภายใน ซึ่งทำให้อายุสั้นลง การเติมควรให้สูงท่วมแผ่นธาตุ 3/8 นิ้ว



การทำความสะอาดสายแบตเตอรี่
ที่ขั้วแบตเตอรี่ และขั้วสาย จะมีพวกซัลเฟต ซึ่งเกิดจากการระเหยของน้ำ จะทำให้ขั้วสกปรกและเกิดการกัดกร่อนขึ้น ดังนั้นจึงควรถอดขั้วสายแบตเตอรี่ออก ใช้แปรงลวดขัดทำความสะอาดที่ขั้วแบตเตอรี่และที่ขั้วสาย จากนั้นใส่ขั้วและกวดขันยึดให้แน่น



เอกการยาง ใส่ใจกว่าที่เห็น เพราะรถทุกคันสำคัญสำหรับเรา  ** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแวะไปได้ที่เอกการยางทุกสาขา

อ่านเพิ่มเติม
บริการดูแลรถยนต์

บริการดูแลรถยนต์

การบำรุงรักษา และดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่คนใช้รถยนต์หลายคนอาจมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็น การเช็คสภาพรถยนต์ การเปลี่ยน ถ่ายน้ํามันเครื่อง รถยนต์ การเปลี่ยน น้ำมันเกียร์ น้ำยาหม้อน้ำ ฯลฯ การเปลี่ยนถ่ายของเหลว รถของคุณต้องการการบำรุงรักษา และต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายของเหลวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถของคุณมีสภาพพร้อมใช้งาน

 

          โดยพฤติกรรมการใช้รถยนต์จะใช้งานกันยาว ๆ อย่างน้อยก็ 5 ปีขึ้น หรือไม่ก็ไปซื้อรถยนต์มือ 2 มาใช้งานกัน แน่นอน .. รถยนต์จะประกอบด้วยชิ้นส่วนที่หลากหลาย บางชิ้นส่วนที่มีการเสียดสีก็ต้องมีน้ำมันหล่อลื่นช่วย และ น้ำมันหล่อลื่น และของเหลวในรถยนต์นี่แหละไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาในหม้อน้ำ เป็นต้น มันจะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนของมัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า น้ำมันหล่อลื่น หรือของเหลวพวกนี้จะต้องเปลี่ยนกันตอนไหนบ้าง เอกการยาง สามารถช่วยคุณได้

รู้ก่อนพัง !! 5 ของเหลวในรถยนต์ ควรเปลี่ยนตอนไหน



น้ำมันเครื่อง                                                                                                                                                                                                                                      
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะว่าเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดี เราจึงควรใส่ใจกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อให้ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ ปกตินิยมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อรถวิ่งถึงระยะ 8,000 – 10,000 ก.ม. หรือทุก ๆ 6 เดือน



น้ำมันเกียร์                                                                                                                                                                                                                                   
เกียร์ คือชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญมาก ควรบำรุงรักษาให้ดี การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะกำหนดทำให้เกียร์ของรถยนต์มีอายุยืนยาวขึ้น เพราะ น้ำมันกียร์มีหน้าที่ ช่วยลดแรงเสียดทาน ลดการสึกหรอของเกียร์ ช่วยลดเสียงดัง และการสั่นสะเทือนในเรือนเกียร์ ช่วยป้องกันสนิมการกัดกร่อนจากชิ้นส่วนภายในเกียร์



น้ำยาหล่อเย็น                                                                                                                                                                                                                                    
น้ำยาหล่อเย็น ส่วนประกอบหลักจะมี น้ำ, สารหล่อเย็น , หัวเชื้อป้องกันสนิม และสีต่าง ๆ ฯลฯ น้ำยาหล่อเย็น ไม่ได้มีหน้าที่ระบายความร้อน แต่จะช่วยทำให้จุดเดือดของน้ำที่ผสมน้ำยาหล่อเย็นสูงขึ้น ทำให้น้ำที่อยู่ในหม้อน้ำเดือดช้าลง แถมยังป้องกันการเกิดสนิม ตะกรัน ตะกอน เพราะเมื่อมีสนิมมันก็จะผุ กร่อน มีตะกอน



น้ำมันเบรก                                                                                                                                                                                                                                     
น้ำมันเบรกมีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางส่งแรงดันจากแม่ปั๊มเบรกตัวบนไปยังลูกสูบเบรก น้ำมันเบรกที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูง เพื่อไม่ให้น้ำมันเบรกร้อนเร็วเกินไปจนกลายเป็นไอไม่สามารถถ่ายเทแรงดันได้ตามปกติ ถ้าไม่มีน้ำมันเบรกหล่อลื่นก็จะทำให้เกิดการสึกหรอและทำให้เบรกแตกได้



น้ำมันพาวเวอร์
ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ทุก 80,000 กิโลเมตร หรือตามระยะที่กำหนดในคู่มือเจ้าของรถ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ความร้อนจากเครื่องยนต์ และสภาพโดยรอบจะทำให้ความสามารถในการทำงานของน้ำมันลดลง และทำให้ชิ้นส่วนภายในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์สึกหรอ และสึกกร่อน ที่สำคัญ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเปลี่ยนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์หรือชุดเฟืองขับ และเฟืองสะพาน



เอกการยาง ใส่ใจกว่าที่เห็น เพราะรถทุกคันสำคัญสำหรับเรา   ** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแวะไปได้ที่เอกการยางทุกสาขา

อ่านเพิ่มเติม
บริการดูแลเบรก โช้คอัพ

บริการดูแลเบรก โช้คอัพ

คุณไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเจออะไรบนทางโค้งข้างหน้า และเมื่อไหร่ที่ต้องเบรกอย่างกระทันหัน เพื่อความปลอดภัยของคุณ คุณจึงควรให้ผู้เชียวชาญตรวจสอบ ระบบเบรก และ โช้คอัพ อยู่เสมอ

 

          การดูแลรักษา และยืดอายุการใช้งานผ้าเบรก หมั่นตรวจเช็ค และเติมลมยางให้อยู่ในระดับที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ควรนำรถเข้าตรวจเช็คผ้าเบรก และระบบเบรกทุกๆ 3 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกๆ 1 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนผ้าเบรกชุดใหม่ตามกำหนด เพื่อความปลอดภัยในการเบรกหยุดรถ ช่วยยืดอายุการใช้งานของจานเบรก และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์



เอกการยาง ใส่ใจกว่าที่เห็น เพราะรถทุกคันสำคัญสำหรับเรา

** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแวะไปได้ที่เอกการยางทุกสาขา

อ่านเพิ่มเติม

ตรวจเช็กฟรี 24 รายการ ไม่มีเงื่อนไข

เอกการยาง จริงใจ ไม่เสีย ไม่เปลี่ยน

  • ระบบไฟฟ้ารอบคัน / หน้าปัด
  • ทดสอบปัดน้ำฝน
  • สภาพยางรถยนต์ คู่หน้า
  • สภาพยางรถยนต์ คู่หลัง
  • ผ้าเบรก คู่หน้า
  • ผ้าเบรก คู่หลัง
  • จานเบรก คู่หน้า
  • จานเบรก คู่หลัง
  • กรองแอร์
  • แบตเตอรี่
  • น้ำมันเบรก / คลัตซ์ (ถ้ามี)
  • กรองอากาศ
  • น้ำหล่อเย็น
  • น้ำมันเครื่อง
  • น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์
  • น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ (ถ้ามี)
  • สายพานหน้าเครื่อง / ลูกรอก
  • ลูกปืนล้อ
  • โช้คอัพ
  • ลูกหมากปีกนก
  • ลูกหมากบังคับเลี้ยว
  • เพลาขับหน้า / หลัง (ถ้ามี)
  • กากบาทเพลากลาง / ลูกปืน
  • บูชต่างๆ

สาขาทั้งหมดใกล้คุณ

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาบายพาส ภูเก็ต

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาถลาง (ทางเข้าสนามบิน)

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาเจ้าฟ้าตะวันออก

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาไทวัสดุ (ท่าเรือ)

เปิดบริการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาโคกกลอย

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาเมืองพังงา (ปั๊ม ปตท.ราชพฤกษ์)

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาสุราษฎร์ธานี

เปิดบริการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

ไทร์พลัสเอกการยาง สาขาพิษณุโลก

เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-19.00

สาระน่ารู้

บทความอื่น ๆ →
ข้อแนะนำ จาก ... ไทร์พลัสเอกการยาง

ข้อแนะนำ จาก ... ไทร์พลัสเอกการยาง

ความรู้และข้อแนะนำดี ๆ จาก ไทรพลัส เอกการยาง เกี่ยวกับเรื่องของแบตเตอรี่ว่าใช้ยังไง ใช้อย่างไร ดูและเช็คอย่างไร ถอด ใส่แบบไหน ? การดูแล แบตเตอรี่รถยนต์ แบบง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้

 

พูดว่าแบตเตอรี่รถยนต์คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก คงไม่ต้องบอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ทำอะไรบ้าง

แบตเตอรี่รถยนต์ เรียกว่าเป็นหัวใจหลักสำคัญของรถยนต์เลยทีเดียว รถยนต์เป็นพาหนะที่อำนวยความสะดวกสบายแก่มนุษย์ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนไกลหรือใกล้แค่หยิบมือ เราก็ใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทางสัญจรไปมา ทั้งนี้ในการที่เราใช้รถยนต์เดินทางไปมา ทำให้รถเกิดความเสื่อมสภาพได้ตามอายุการใช้งาน ยามกำลังที่ใช้ รวมไปถึงแบตเตอรี่รถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก  หากว่าไม่มีแบตเตอรี่แล้วละก็ รถยนต์คงไม่สามารถเดินเครื่องได้ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมั่นตรวจเช็ค ดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่หากมีการละเลยหน้าที่ ก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์เราสียดายกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีสาระดี ๆ เกี่ยวกับ แบตเตอรี่รถยนต์ มาให้ดูกันว่ามีไรบ้างกันบ้าง ตามไปดูกันเลย

 


 

การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์

1. ตรวจสอบสภาพภายนอกของตัวแบตเตอรี่

เราควนหมั่นเช็คตรวจสอบแบตเตอรี่รถยนต์อยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้การใช้งานนั่นมีประสิทธิภาพ หากตรวจสอบแล้วแบตเตอรี่ มีรอยแตกร้าว บวมหรือเสียรูป เป็นต้น ก็ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ หากยังฝืนทนใช้งานต่อไปอาจจะทำให้รถเกิดผลเสียกับรถได้อย่างมากเลย

 

2. ควรใช้ฉนวนกันความร้อนหุ้มแบตเตอรี่

การที่ทำงานภายในอากาศร้อนหรือหนาวจัด อาจจะทำให้สูญเสียสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากกว่าปกติ เนื่องจากแบตเตอรรี่รถยนทำงานหนักขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่สิ้นเปลืองจึงควนหุ้มฉนวนกันความร้อน

 

3. ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้สม่ำเสมอ

ถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ในการเดินทางหรือไม่ค่อยเดินเครื่องรถยนต์ อาจจะทำให้สภาพของแบตเตอรี่เสื่อมไวมากยิ่งขึ้น เพราะการที่เราไม่ใช้งานแบตเตอรี่ก็จะเสื่อม ดังนั้นหากต้องการจะถนอมแบตเตอรี่ควรสตาร์ทรถยนต์ไว้สัก 10-15นาที เมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จก็ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

 

4. ใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อเดินเครื่องยนต์เท่านั้น

นับว่าเป็นข้อแนะนำที่ดีในการดูแลแบตเตอรี่คือควรจะใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อสตาร์ทรถเท่านั้น เช่น เปิดวิทยุ แอร์ เป็นต้น หากไม่ใช้ก็ควรปิดจะทำให้ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน

 

5. ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่

หากขั้วแบตมีสิ่งสกปรก หรือคราบขี้เกลือ ให้ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเทราดลงไปที่ขั้วแบตแล้วใช้แปรงสีฟันขัดจนสะอาดจากนั่นเช็คให้แห้งแล้วทาจาระบีบาง ๆ ที่ขั้วแบต

 

6. ตรวจเช็คน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

นั่นคือการตรวจเช็คน้ำกลั่นอยู่เสมอ ไม่ให้แห้ง ถ้าแบตเตอรี่ต้องเติมน้ำกลั่นควรเติมให้อยุ่ในระดับที่พอดี อย่าให้แห้งหรือไม่ควรเติมจนสูงมากเกินไปเพราะอาจจะมีเกลือติดขั่วได้ และห้ามใช้น้ำกลั่นที่มีสารเคมีเด็ดขาด!

 

7. ตรวจวัดกระแสไฟอยู่สม่ำเสมอ

ตรวจวัดระดับไฟแบตเตอรี่อยุ่สม่ำเสมอเพื่อเช็คดูว่าแบตเตอรี่มีปัญหาหรือไม่มีปัญหาในการเก็บประจุไฟหรือเปล่า

 

8. ตรวจเช็คระบบชาร์จไฟ

ตรวจดูว่าไฟสูงหรือต่ำ  หากไฟต่ำอาจจะไม่มีกำลังไฟในการใช้สตาร์ทรถถ้าสูงเกินไปอาจจะทำให้น้ำกลั่นเดือดและระเหยเร็ว

 

9. เช็คตาแมวแบตเตอรี่

สำหรับรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่แห้ง สามารถเช็คได้จากการดูตาแมวถ้า เป็นสีน้ำเงิน แสดงว่า เป็นปกติหรือถ้าเป็นสีส้มหรือแดงแสดงว่าแบตเตอรี่กำลังมีปัญหา อาจจะต้องชาจไฟหรือเติมน้ำกลั่น หากตาแมวเป็นสีขาวแสดงว่าแบตเตอรี่นั่นเสื่อมสภาพหรือแบตหมด

อ่านเพิ่มเติม
รถสไตล์ OFF ROAD

รถสไตล์ OFF ROAD

มาทำความรู้จักกับการแต่งรูป รถยนต์สไตล์ OFF ROAD กันให้มากกว่านี้กัน เป็นการตกแต่งรถยนต์ ที่ดุดัน ที่ชอบลุยต้องชอบ และจะแต่งกันแน่นอน ซึ่ง OFF ROAD หมายความว่า ไม่สามารถใช้ถนนสาธารณะ แน่นอนว่า ต้องใช้ใน สภาพการลุย ป่า ลุยเขา เท่านั้น รถสไตล์ออฟโรด มักจะนิยมใช้แทบ ต่างประเทศส่วนใหญ่ เป็นประเภทที่ไม่สามารถใช้บนท้องถนนปกติได้ รถสไตล์นี้จัดทำมาเฉพาะด้านของมันเท่านั้น

 

ออฟโรด หรือ OFF ORAD  คืออะไร

เป็นรถสไตล์ที่ดุดัน เป็นการกิจกรรมที่มีการขับรถ บุกป่า บุกเขา โดยใช้ระบบการ ขับเคลื่อนด้วย4ล้อ หรือ 4WD ที่มีความลุยทางที่ลำบาก มากกว่าการใช้งานทางปกติ มีความประสงค์ ท่องเที่ยวลุยป่า หรือเป็นการแข่งขันก็ได้ และยังสามารถบรรทุกสิ่งของ ได้เยอะพอสมควร รถสไตล์ OFF ROAD สามารถลุย พวกน้ำท่วมได้สบายอีกด้วย และการบำรุงรักษา จะค่อนข้างแพงขึ้นกว่าปกติ

 

ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถาปัตยกรรมถนนที่มีโครงสร้างเท่านั้น สำหรับการเดินทาง ยานพาหนะเหล่านี้เดินทางในที่โล่ง ภูมิประเทศ มัก  จะขรุขระสำหรับยานพาหนะดังกล่าว ตัวรถได้รับการออกแบบมาเพื่อไม่ให้ล้มเมื่อเจอภูมิประเทศที่ขรุขระ ซึ่งไม่เหมือนกับยานพาหนะบนถนน ที่ออกแบบมาเพื่อเดินทาง บนถนนที่สร้างมาอย่างดีและให้ความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ แผนที่สำหรับการนำทาง ของยานพาหนะเหล่านี้อาจ ได้รับจากภาพถ่ายดาวเทียม หุ่นยนต์ทางอากาศที่บินอยู่รอบ ๆ พื้นที่นั้น ข้อมูลประวัติศาสตร์จากหุ่นยนต์บินได้ในพื้นที่นั้น กล้องบนเครื่องบิน หรือหลายๆ อย่างรวมกัน แผนที่ไม่ใช่ข้อกำหนดง่ายๆ ของพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าจะมีสิ่งกีดขวางและปราศจากสิ่งกีดขวาง แต่ระบุภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถนำทางได้โดยใช้ต้นทุน และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

 

การออกเดินทางกับรถสไตล์ OFF ROAD แต่ละครั้ง จะต้องเตรียมคสามพร้อมของคน ที่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพที่ดี ให้ดีตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกัน ตัวเองให้มากที่สุด และดูรถยนต์ของคุณให้ดี ให้อะไหล่ทุกอย่างดูแลสมบูรณ์ต่อเนื่อง หากทางเดินอุปกรณ์ หรือไปพักผ่อนกลางธรรมชาติ ต้องเตรียมอะไรบ้าง วันนี้เรามาดูกัน

 

รถยนต์ หรือ ยานพาหนะ เป็นสิ่งสำคัญหลัก ที่ต้องตรวจเช็ค ความพร้อมเป็นลำดับแรกๆ เลยก็ว่าได้ ต้องหมั่นใส่ต้องรถยนต์เป็นพิเศษ มากที่สุดเลยก็ว่าได้ และเตรียมน้ำมันให้เพียงพอต่อการเดินทางอีกด้วย         

 

บุคคล เป็นการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะมีการออกเดินทาง เตรียมสุขภาพทางใจ สุขภาพทางร่างกย ให้พร้อมที่สุด ที่จะทำได้ และในขณะขับขี่ ไม่มีความระแวง อยู่ในความระวังของตนเอง   

 

อาหาร อุปกรณ์ เครื่องดื่ม และรวมถึงของใช้ ควรเลือกซื้ออาหารประเภท ที่เก็บได้นาน และไม่ควรเตรียมอาหารสด มากนัก เพราะอาจจะทำให้เกิด ความเสียหายได้ เตรียมอาหารประเภท แห้ง หรืออาจจะมี อาหารสด ไปด้วย เพื่อเป็นตัวเลือก ในการกิน จะได้ไม่ต้องเบื่อ เตรียมภาชนะ ที่จะทำ เช่น หม้อ กระทะ และที่สำคัญที่สุดคือ เตา นั้นเอง และเชื้อเพลิง และน้ำเล่า สะอาด เพื่อสุขอนามัยที่ดี  และยาสามัญประจำ ที่ติดรถ

 

อุปกรณ์การนอน  จำพวก เต้นท์ หรือ ที่พักที่มีรับรอง หมอน ผ้าห่ม ผ้ารองปูนอน เสื่อ เปล ก่อนออกเดินทาง ควร ฟ้า ฝน อากาศ ให้แน่ชัดก่อน ว่าจะเหมาะกับสภาพอากาศ แบบนั้น

 

อะไหล่รถยนต์  เพราะเราไม่คาดคิดเกิดขึ้น อาจจะขับๆ แล้วยางระเบิด ต้องเปลี่ยนทันที หรืออาจจะ สายพาน เพราะต้องซ่อมทันที เพราะต้องการเดินทาง อย่างต่อเนื่อง ใดใด คือต้องเตรียมตัวรถยนต์ให้พร้อมเสมอ และอะไหล่สำรองต้องให้พร้อมด้วย

 

อุปกรณ์การสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ ควรชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ให้เพียงพอต่อการใช้งาน เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ในการสื่อสาร หากเกิดอุบัติเหตุอะไร ได้แจ้งทันที และอุปกรณ์ จำพวกวิทยุสื่อสาร หากไปตั้ง ที่พักกลางป่า กลางเขา      

 

เทคนิคในการขับรถสไตล์ OFF ROAD ต้องงมีความชำนาญสูงในการขับรถสไตล์นี้ เพราะเครื่องยนต์ มีแรงดันที่สูง เพื่อเป็นการเกาะยึด รถยนต์จะมีขนาดใหญ่มาก ควรเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนจะขับขี่รถยนต์ และวางแผนการขับขี่ ให้มากขึ้น และการเติมน้ำมันให้เพียงพอ  ต้องรู้ระดับการเร่ง หรือระดับของพื้นดิน ที่ขับไป เพราะมันไม่มีพื้นที่ไม่เท่ากัน บ้างก็อาจจะลุยน้ำ หรือสิ่งกีดขวาง ที่มีต้องไปในจดหมายนั้น แรงดันของลมยาง ต้องพร้อม ใส่แรงดันลมให้ยาง พอเหมาะที่สุด เพราะแบบยาง OFF ROAD จะมีดอกที่ใหญ่ เพื่อเป็นการยึดเกาะ และช่วยหมอบความนุ่มนวนลให้มากขึ้นอีกด้วย  การขับรถให้ระมัดระวังมาขึ้นมาก อาจจะเคลื่อนตัวออกมา อย่างช้า ด้วยเกียร์ต่ำ หรือผู้ขับขี่ สามารถใช้เป็นระบบ 4 x 4 ได้อีกด้วยก็ยังได้ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงดันได้ดีอีกด้วย  ง่ายๆคือ.                              

  • คำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่

  • การขับขี่อย่างมีสติ เช่น การเหยียบคันเร่ง การเบรก ฯลฯ เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม
ล้อแม็กซ์ KMC

ล้อแม็กซ์ KMC

รถสไตล์ออฟโรด มักจะถูกออกแบบมาสำหรับ สมรรถนะ ความเร็วสูง ล้อของคุณก็ตอบสนอง ได้หลากหลาย หากคุณกำลังมองหาล้อที่มีน้ำหนักเบา และยังมีความเงางามที่สุด ล้อที่มีการอัพเกรด แบบที่สมบูรณ์ ที่เหมาะสมกับความเร็ว และความแรง ในการขับขี่ แบบสไตล์ออฟโรด ที่เข้มข้นและที่มีการใช้งาน แบบอย่างกว้างขวาง สินค้าเป็นแม็กซ์ทนทาน และโคตรแข็งแรง 

 

          KMC Wheels เป็นนิยามใหม่ ของประสิทธิภาพทั้งใน และนอกแอสฟัลต์ด้วยนวัตกรรม และสไตล์ KMC ก่อตั้งขึ้นในปี 1982 ในฐานะผู้ผลิต ล้อแม็กซ์ KMC เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ ที่ดึงดูดความสนใจ ของนักดนตรี นักแสดง นักกีฬา X Game และ คนดังคนอื่นๆ KMC นำเสนอกลุ่มเป็น  "Famous Rides" ของแบรนด์ และคำนึงถึงสไตล์ที่ชาญฉลาด ของพวกเขา

 

          เมื่อพวกเขาเปิดตัวการออกแบบใหม่ KMC สร้างล้ออลูมิเนียมชิ้นเดียว และ ล้อโครเมี่ยม สำหรับรถยนต์ และรถบรรทุกที่ไม่เพียงแต่ ดูแข็งแกร่งบนท้องถนน แต่ยังรับประกันโครงสร้างตลอดอายุการใช้งาน อีกด้วย  มีไว้สำหรับผู้ที่ทำลายกำแพง  และเปลี่ยนเกมที่ท้าทายความคิดแบบเดิม ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต  และใช้เครื่องจักรเพื่อดึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป คือ นิยามใหม่ของประสิทธิภาพ ทั้งในและนอกแอสฟัลต์ 

 

          ด้วยนวัตกรรมและสไตล์อย่างไม่ลดละ KMC มีไว้สำหรับผู้ที่ทำลายกำแพง และเปลี่ยนเกมที่ท้าทายความคิดแบบเดิมๆ ในการแข่งรถ และใช้เครื่องจักรเพื่อดึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป คือ นิยามใหม่ของประสิทธิภาพทั้งใน  และนอกแอสฟัลต์ ด้วยนวัตกรรม และสไตล์อย่างไม่ลดละ KMC มีไว้สำหรับผู้ที่ทำลายกำแพง  และเปลี่ยนเกมที่ท้าทายความคิดแบบเดิมๆ ในการแข่งรถและใช้เครื่องจักร เพื่อดึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป

 

          ว่าด้วยเรื่องการแต่งรถ ด้วย แม็กซ์ KMC เป็นการตกแต่งด้วยแนวรถที่ยกสูง หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า สไตล์ออฟโรด ที่นิยมแต่งกันแถวอเมริกา หรือแถวทะเลทราย ค่อนข้างเยอะ เป็นการตกแต่งแบบ ลุยน้ำ ลุยป่า สามารถบรรทุกสิ่งของได้เยอะมาก สไลต์ออฟโรด สามารถตกแต่งได้หลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะแต่งเป็นแนวไหน  สไตล์รถออฟโรด เป็นที่ตอบสนองในท้องตลาดในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม

การรับประกันและเงื่อนไขการรับประกัน

เปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น

รับประกัน 30 วันทุกกรณี บาด บวม แตก เคลมยางใหม่ฟรี และรับประกัน 1 ปี หรือ 25,000 กม. จากการใช้งานปกติ รับประกันตามอายุการใช้งานหรือตามระยะทาง เคลมตามเปอร์เซ็นต์การใช้งาน

** ขอสงวนสิทธิ์จากการซ่อมแซมยางผิดวิธี เช่น การปะยางโดยใช้ความร้อนสูง หรือการปะยางแบบแทงใยไหม ยางจะต้องอยู่ในสภาพที่ใส่จากทางร้านเท่านั้น ไม่มีรอยฉีกขาดที่เกิดจากการถอดใส่ และไม่รับประกันจากการตกหลุมหรือยางได้รับการกระแทก

เปลี่ยนยางรถยนต์ 1-3 เส้น

รับประกัน 1 ปี หรือ 25,000 กม. จากการใช้งานปกติ รับประกันตามอายุการใช้งานหรือตามระยะทาง เคลมตามเปอร์เซ็นต์การใช้งาน

** ขอสงวนสิทธิ์จากการซ่อมแซมยางผิดวิธี เช่น การปะยางโดยใช้ความร้อนสูง หรือการปะยางแบบแทงใยไหม ยางจะต้องอยู่ในสภาพที่ใส่จากทางร้านเท่านั้น ไม่มีรอยฉีกขาดที่เกิดจากการถอดใส่ และไม่รับประกันจากการตกหลุมหรือยางได้รับการกระแทก

ล้อแม็กซ์

รับประกันสี และโครงสร้างจากการผลิตเท่านั้น

บริการถ่วงล้อ

รับประกัน 30 วัน ในกรณียางสั่นที่เกิดจากการถ่วงล้อเท่านั้น บริการถ่วงล้อใหม่ฟรี ( ไม่ครอบคลุมความเสียจากส่วนอื่น )

** บริการถ่วงล้อฟรี เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น ที่ ไทร์พลัสเอกการยาง ทุกสาขา

บริการตั้งศูนย์

รับประกัน 30 วัน ในกรณีศูนย์มีปัญหา พวงมาลัยกินไปข้างใดข้างหนึ่งจากการตั้งศูนย์เท่านั้น บริการตั้งศูนย์ใหม่ฟรี

** ในกรณีที่ยางรถยนต์เกิดความเสียหาย จะไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน

เติมลมยางไนโตรเจน

ฟรี !! ตลอดอายุการใช้งาน เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น ที่ ไทร์พลัสเอกการยาง ทุกสาขา

ปะยางดอกเห็ด

รับประกัน 7 วัน ในกรณีที่ยางรั่วซึมรอยแผลเดิม

อะไหล่

รับประกันอะไหล่ 6 เดือน หรือ 10,000 กม.

แอดไลน์